ผู้จัดจำหน่ายและกระจายสินค้า รวมถึงทำตลาดในประเทศไทยมีผู้เล่นยักษ์ใหญ่หลายราย หนึ่งในนั้นคือ “ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย)” หรือ DKSH
ภาพใหญ่ ดีเคเอสเอช เป็นบริษัทระดับโลกสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เติบโตแกร่งในตลาด 160 ปี ทว่าประเทศไทย ปี 2569 กำลังจะฉลอง 120 ปี ส่วนธุรกิจ มี 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพ สินค้าอุปโภคบริโภค วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี
ล่าสุด ดีเคเอสเอช ได้เปิดบ้านโชว์ศักยภาพของ “ศูนย์กระจายสินค้าหน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค” หรือ ศูนย์กระจายสินค้าอุปโภคบริโภค DKSH: CGDC เนื้อที่ 6.5 หมื่นตารางเมตร(ตร.ม.) มีพื้นที่จัดเก็บ 6.6 หมื่นพาเลท รองรับสินค้ากว่า 5,000 รายการ(SKUs) และรถขนส่งอีกกว่า 370 คัน
นีล แมคแคน รองประธานฝ่ายบริหารซัพพลายเชน ประเทศไทยและลาว บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า ดีเคเอสเอช ขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยยาวนาน 119 ปี บทบาทสำคัญคือการขยายตลาดให้ลูกค้า นำเสนอสินค้า ขยายแบรนด์ไปสู่ผู้บริโภค ขณะที่ทั่วโลก บริษัทยืนหยัดยาวนาน 160 ปี ให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 4,700 ราย ปี 2567 สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้านฟรังก์สวิส(CHF)
ประเทศไทยถือเป็นฐานทัพธุรกิจที่สำคัญของบริษัทแม่ เพราะไม่เพียงแต่สร้างการเติบโตให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การเป็นหนึ่งในบริษัทข้ามชาติที่ก้าวสู่ “องค์กรร้อยปี” ในประเทศไทย หากเจาะการกระจายสินค้า ขยายตลาด “ดีเคเอสเอช” ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ด้วย
โดยซัพพลายเชนสินค้าอุปโภคบริโภคของ ดีเคเอสเอช ในประเทศไทย มีลูกค้า 700 ราย บริษัทมุ่งกระจายสินค้าให้ครอบคลุมผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านร้านค้า 1.4 แสนจุดทั่วไทย ขณะที่ร้านค้าทั่วไป(Traditional stores) มีเครือข่ายถึง 9 หมื่นจุด บริษัทยังมีจุดแข็งคือ “ทีมงานผู้เชี่ยวชาญ” ถึง 6,500 คน เฉพาะทีมขายหรือเซลล์ มีมากกว่า 2,000 คน
“สิ่งที่ทำให้ดีเคเอสเอช ประสบความสำเร็จและเป็นผู้เล่นคนสำคัญในตลาด เพราะเราเข้าใจลูกค้าชาวไทย เข้าใจผู้บริโภคชาวไทย เข้าใจสินค้าอุปโภคบริโภค เข้าใจภูมิทัศน์ค้าปลีกของไทย เข้าใจว่าจะจำหน่ายสินค้าใดไปยังช่องทางไหน รู้ว่าช่องทางไหนดีสำหรับลูกค้า เรากระจายสินค้าทุกช่องทางจริงๆ เข้าไปทุกที่ในการจะนำสินค้าไปขายให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ง่ายที่สุด” นีล แมคแคน ย้ำ
ขณะที่การทำตลาดและกระจายสินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG) ปี 2568 ยอมรับว่าเผชิญความท้าทาย เพราเศรษฐกิจปีนี้มีความยากลำบากอย่างยิ่ง
สิ่งที่บริษัทเดินหน้า คือการทำทุกอย่างเฉกเช่นเดิม คือหาทางช่วยลูกค้าให้เติบโตด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ปรับปรุงการทำงานทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน เพื่อหาทางเพิ่มยอดขายให้กับลูกค้า
ปีหน้าบริษัทจะครอบ 120 ปี ที่ทำธุรกิจในประเทศไทย ท่ามกลางความท้าทาย “นีล แมคเคน” ให้คำมั่นว่าบริษัทยังมองการขยายลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือการสร้างศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาคไปยังขอนแก่น เชียงใหม่ และสุราษฎร์ธานี เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และเห็นศักยภาพในการเติบโต แต่ไม่สามารถเผยงบลงทุนได้
“ดีเคเอสเอช ในประเทศไทยเราผ่านหลยช่วงเวลา ทั้งเศรษฐกิจรุ่งเรืองและแย่ลง อย่างปี 2540-2541 ในการทำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคกลยุทธ์การทำตลาดเราไม่ต่างจากทุกปี ไม่ว่าเศรษฐกิจจะยากลำบาก แต่บริษัทจะมุ่งกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคชาวไทย มุ่งสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น และปีหน้าบริษัทจะครบรอบ 120 ปี เราคอมมิทเมนท์ที่จะลงทุนในไทยต่อเนื่อง เพราะไทยถือเป็นฮับใหญ่สุด และสร้างรายได้ 30% ของกลุ่มทั่วโลก”
สำหรับการโชว์ศักยภาพ “CGDC” นรินทร์ รัชนีกรไกรลาศ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายซัพพลายเชน หน่วยธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด เล่าภาพใหญ่ของบริษัทมีศูนย์กลางกระจายสินค้า 5 แห่ง ที่บางนา บางปะอิน บางปู เชียงใหม่ อินทนนท์(INDC)
ศูนย์ CGDC รองรับสินค้าได้กว่า 5,000 รายการ พอร์ตโฟลิโอใหญ่คือกลุ่มเครื่องดื่ม ส่วนการจัดส่งมากกว่า 2 ล้านรายการต่อเดือนโดยทีมงานมืออาชีพกว่า 300 คน คอยสนับสนุน เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น และศูนย์แห่งนี้ยังเป็นทำเลยุทธศาสตร์ในการกระจายสินค้าพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก เพื่อสร้างการเติบโตให้ลูกค้า
ปี 2568 เศรษฐกิจมีความยากลำบาก ยอมรับการการขายสินค้าอุปโภคบริโภค “หดตัวลงทุกช่องทาง” แต่บริษัทปรับตัวในการทำตลาด ทีมเซลล์เข้าร้านค้าต่างๆมากขึ้น มีระบบ “ควิกวิน” ช่วยคาดการณ์การขายสินค้า และเตือนร้านค้า “ออเดอร์” สินค้าไปขายได้ทันท่วงที เป็นต้น
เพื่อสร้างการเติบโต ปีนี้บริษัทยังมีลูกค้าใหม่ 8-9 ราย มาเสริมทัพ รวมถึงขยายบริการใหม่ๆเจาะกลุ่มลูกค้า “อีคอมเมิร์ซ 3 ราย” ซึ่งทดลองทำตลาดได้ 1-2 เดือน จากทีมงาน 7-8 ราย แต่ช่วง “ดับเบิลเดย์” ยอดขายพุ่งกระฉูดต้องเพิ่มทีมงานเป็น 30-40 ชีวิต
“ตลาดมีหลากปัจจัยทั้งผลกระทบจากแผ่นดินไหว สงคราม น้ำท่วม ทุกส่วนยอดขายตก แต่เราทำงานเชิงรุกมากขึ้นเพื่อสร้างการเติบโต แม้ภาพใหญ่ยอดขายสินค้าจำเป็นหดตัว เจาะลึกพื้นที่ภาคอีสานช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เติบโตดีมาก เพราะเศรษฐกิจในพื้นที่ดีไม่ว่าจะอีสานตอนบนหรือตอนล่าง”
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 ดีเคเอสเอช ได้รายงานสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคยอดขายลดลงเล็กน้อย ท่ามกลางตลาดที่ท้าทาย จากการใช้จายผู้บริโภคทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงซบเซา เห็นได้ชัดจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ในระดับต่ำในประเทศไทย เป็นต้น
เรื่องราวเพิ่มเติม
‘เมืองไทยประกันชีวิต’ จัดพิธีทำบุญครบรอบ 75 ปี ก่อตั้งบริษัท | The Bangkok Insight
‘แมคโดนัลด์’ สปีด 30 สาขา ชิงแบรนด์เลิฟรับมือเศรษฐกิจ | ประชาชาติธุรกิจ
SAFE กางแผนปี 69 เจาะตลาด LGBTQ+ รับกฎหมายอุ้มบุญ หนุนรายได้โต | ข่าวหุ้นธุรกิจ