นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) มีรายได้จากการขายและให้บริการ 702 ล้านบาท และกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 131 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการให้บริการรักษาผู้มีบุตรยาก
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.41 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 98.16 และ Dividend Yield ที่ 6.16% (ณ ราคาปิด 19 ก.พ. 69) โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
สำหรับในปี 2569 SAFE มั่นใจจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง โดยมีสัญญาณที่ดีขึ้น จากภาครัฐที่มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้นที่จะขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ และร่างกฎหมายสำคัญที่กำลังรออนุมัติ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายอุ้มบุญ ที่เปิดโอกาสการสร้างครอบครัวอย่างเท่าเทียมในกลุ่ม LGBTQ+ ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ผลักดันให้รายได้การให้บริการการรักษาผู้มีบุตรยากให้ให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด
ขณะที่แผนการตลาดบริษัทฯ ลุยออกแคมเปญจัดโปรโมชันต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดสร้างแรงจูงใจการใช้บริการให้มากขึ้น ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุดจัดแคมเปญเดือนแห่งความรักกับ Gift Voucher แพ็คเกจตรวจสุขภาพคู่รัก “Premarital Health Screening for couple” ของขวัญวาเลนไทน์สุด Exclusive ที่จะเปลี่ยน ความรัก ให้กลายเป็น ความมั่นคง เพื่อคนรัก หรือส่งต่อความปรารถนาดีเป็นของขวัญแต่งงาน รายการตรวจรวม 20+ รายการต่อคู่ สามารถใช้บริการได้ที่ SAFE Fertility Clinic ทุกสาขา โปรโมชันเฉพาะเดือนแห่งความรัก 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ สอบถามรายการตรวจเพิ่มเติมได้ที่ Line @safefertilitygroup หรือ โทร +66 811021000
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE กล่าวอีกว่า ในปีนี้เตรียมเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมที่โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร พร้อมมองหาพันธมิตรโรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อขยายการเปิดห้องปฏิบัติการให้ครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯจะสามารถเติบโตกว่าปีก่อนจากปัจจัยบวกภายในประเทศ และแผนธุรกิจที่มีแนวเติบโตเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน
เรื่องราวเพิ่มเติม
ราคาทองวันนี้ (2 ก.พ. 69) ร่วงลง 2,350 บาท รูปพรรณขายออก 72,650 บาท | ประชาชาติธุรกิจ
กรมพัฒนาธุรกิจฯ ผนึกกำลัง TWA ดันไทยผงาดขึ้นเป็น “Global Wellness Hub” ระดับภูมิภาค
คนละครึ่งพลัส คึกคัก! รัฐชวนร้านค้า ยังเข้าร่วมได้ ถึง 19 ธ.ค.นี้ | The Bangkok Insight